คางคก

การจราจรในช่วงเวลาที่ผู้คนเร่งรีบเป็นภัยรุกรามที่ใหญ่ที่สุดสำหรับคางคกทั่วๆไป
lqV7Wq.jpg
สัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำที่มีมวลชนเยอะที่สุดประเภทหนึ่งในยุโรปคางคกทั่วๆไปเป็นสัตว์สี่ขาขนาดเล็กที่อาศัยอยู่ในน้ำและก็บนบก

ถึงแม้คางคกทั่วๆไปหลายล้านตัวจะเดินงอกแง่กไปทั่วยุโรป แต่ว่าสายพันธุ์นี้กำลังน้อยลงรวมทั้งการจราจรในช่วงเวลาที่เร่งด่วนก็เป็นภัยรุกรามที่ใหญ่ที่สุดอย่างหนึ่ง ตอนนี้พวกมันเจออัตราการตายสูงสุดในบรรดาสัตว์สะเทินน้ำสะเทินบกในยุโรปรวมทั้งมีการฆ่าสัตว์ 20 ตันทุกปีในระหว่างการโยกย้ายถิ่นฐานในช่วงฤดูใบไม้ผลิ กลุ่มรักษาระดับรากต้นหญ้าทั่วอีกทั้งทวีปได้ระดมพลในตอนสองทศวรรษก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา กรุ๊ปกลุ่มนี้มีความเจริญก้าวหน้าเป็นอย่างมากสำหรับการช่วยสัตว์นับไม่ถ้วน แต่กระนั้นจึงควรมีการศึกษาเล่าเรียนสาธารณะมากขึ้นเรื่อยๆเพื่อป้องกันภัยเลขที่ลดลง

ข้อสรุปคางคกยอดฮิต
การจู่โจมของปรสิต : คางคกทั่วๆไปมีโอกาสเสี่ยงต่อการจู่โจมของปรสิตหลากหลายประเภทโดยสัตว์ต่างๆรวมทั้งแมลงวันแล้วก็หนอน

เพื่อนพ้องของแม่มด : ในยุคกลางผู้คนเกี่ยวเนื่องกับคางคกกับแม่มดรวมทั้งภูติผีปีศาจซึ่งแขนเสื้อมีคางคกสามตัว เช้าใจกันว่าสายพันธุ์นี้มีพลังดีเลิศ ถ้าเกิดเจอคางคกในบ้านผู้คนจะคาดคะเนว่าผู้อาศัยในบ้านมีส่วนเกี่ยวข้องกับแม่มด

มาตรฐานวรรณกรรม : ตลอดหลายศตวรรษก่อนหน้านี้ที่ผ่านมานักประพันธ์คนอังกฤษผู้มีอิทธิพลอาทิเช่นวิลเลียมเชกสเปียร์ AA Milne และก็จอร์จออร์เวลล์ซึ่งอ้างถึงคางคกที่เป็นที่รู้จักในผลงานของพวกเขา ไม่ลน์ยังเขียนบทละครทั้งหมดทั้งปวงเกี่ยวกับทนายความคางคกชื่อมิสเตอร์คางคกซึ่งอาศัยอยู่ในอสังหาริมทรัพย์ชื่อคางคกฮอลล์

ไม่จำเป็นต้องกลุ้มใจ: คางคกทั่วๆไปมีก้อนบนผิวหนัง คนมักเรียกพวกเขาว่า “หูด” ถึงแม้การชนของพวกมันจะมีลักษณะเหมือนหูด แต่ว่าก็ไม่อาจจะติดต่อสื่อสารได้แล้วก็คุณจะไม่เติบโตหูดแม้คุณจัดแจงกับสัตว์

ของกินผิวที่ตายแล้วคางคกทั่วๆไปจะผลัดผิวเป็นบางโอกาส แทนที่จะทิ้งผิวหนังชั้นนอกที่ถูกทิ้งเอาไว้บนพื้นคางคกจะมีผลให้เรียบร้อยด้วยการกินมัน!

Clam Transporter : หอยเล็บใช้คางคกเป็นตัวขนส่ง หอยตัวเล็กเกาะอยู่ที่นิ้วเท้าของคางคกแล้วก็ใช้สัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำเพื่อนำไปยังสถานที่ต่างๆ

slotxo

ชื่อวิทยาศาสตร์
คางคกทั่วๆไปเรียกอีกอย่างว่า “คางคกยุโรป” ชื่อวิทยาศาสตร์ของพวกมันเป็นBufo bufo Bufo เป็นคำในภาษาละตินที่แสดงว่า“ คางคก” แม้กระนั้นนักภาษาศาสตร์บางบุคคลรู้สึกว่าคำนี้มีรากภาษาเก่ากว่า ภาษา Osco-Umbrian ก่อนวันที่ภาษาละตินแล้วก็กล่าวในอิตาลีใจกลางและก็ตอนใต้ ตอนนี้นักค้นคว้ามั่นใจว่า bufo เป็นคำรากศัพท์ที่ยืมมาซึ่งก็คือ“ ความซูบผอม” รวมทั้งมีสาเหตุจากภาษาโบราณกลุ่มนี้ แม้กระนั้นลักษณะที่เป็นเอกลักษณ์นั้นเป็นการเรียกชื่อไม่ถูกบางส่วนเนื่องมาจากผิวคางคกแห้ง

ลักษณะรวมทั้งความประพฤติปฏิบัติ
คางคกมีลักษณะยังไง? คางคกทั่วๆไปมีน้ำหนักเท่าใด?
โดยเฉลี่ยคางคกทั่วๆไปจะมีความยาวราวๆ 10 ถึง 18 ซม. (4 ถึง 7 นิ้ว) คางคกทั่วๆไปมีน้ำหนักเยอะแค่ไหน? สายพันธุ์มักมีน้ำหนักระหว่าง 20 ถึง 80 กรัม (0.7 แล้วก็ 2.8 ออนซ์) กล่าวคือคางคกยุโรปที่ใหญ่ที่สุดมีน้ำหนักเพียงแต่ครึ่งเดียวของลูกเบสบอล! คางคกตอนใต้มักมีขนาดใหญ่กว่าคางคกทางด้านเหนือและก็ตัวเมียชอบใหญ่มากยิ่งกว่าเพศผู้

การระบายสีของสัตว์แต่ละตัวจะนานับประการระหว่างสีน้ำตาลเทาและก็น้ำตาลมะกอก เพศชายชอบขนคิ้วท์กว่าผู้หญิง ทั้งคู่เพศของสายพันธุ์มีสีขาวเปรอะเปื้อนมีรอยเปื้อนสีเทาและก็สีดำ คางคกทุกตัวมีลักษณะเป็นก้อนเหมือนหูดรวมทั้งผิวหนังของมันจะแห้ง

คางคกมีจมูกที่ยื่นออกมาน้อยโดยมีปากรวมทั้งรูจมูกสองรู พวกเขาไม่มีฟันหรือคอ แม้กระนั้นมีตาโปนเป็นกระเปาะมีม่านตาสีเหลืองหรือทองแดงรวมทั้งมีรูม่านตาในแนวระดับ ด้านหลังดวงตาแต่ละข้างมีต่อมที่เต็มไปด้วยสารที่เรียกว่า“ บูโฟทอกสิน” หรือ“ บูโฟจิน” ซึ่งเป็นของเหลวที่เป็นพิษซึ่งคางคกจะขับออกมาเมื่อพวกมันรู้สึกถึงผู้ตามล่าหรือมีความรู้สึกว่าถูกรุกราม เมื่อถูกจู่โจมคางคกทั่วๆไปยังสามารถทำให้ร่างกายพองขึ้นชูขาสูงรวมทั้งลดหัวลงเพื่อสร้างลีลาคุ้มครอง

คางคกทั่วๆไปมักงงเต็กกับคางคกนัตเตอร์แจ็คแล้วก็คางคกเขียวของยุโรป แต่นัตเทอร์แจ็คมีแถบสีเหลืองพิงไปตามความยาวของข้างหลังแล้วก็คางคกสีเขียวมีต้นแบบที่ต่างจากคางคกทั่วๆไป

xoslot

ความประพฤติปฏิบัติคางคก
คางคกถูกใจอยู่ตามลำพัง แต่ว่าจะรวมตัวกันในช่วงฤดูสืบพันธุ์ ในฐานะที่เป็นสัตว์ออกหากินค่ำคืนคางคกทั่วๆไปจะตื่นตอนเวลาค่ำและก็ใช้เวลาตอนเวลาเย็นออกล่าหาอาหาร เมื่อตะวันขึ้นพวกเขากลับไปที่ถ้ำและก็นอนไปตลอดทั้งวัน

ปีของคางคกมี 3 ขั้นตอน ดังเช่น การนอนการผสมพันธุ์และก็การกินของกิน

ในช่วงฤดูหนาวพวกเขาลอดตัวออกไปแล้วก็เพลินใจกับการนอนในช่วงฤดูหนาว การนอนในช่วงฤดูหนาวแตกต่างจากการจำศีลมิได้นำมาซึ่งการทำให้ลักษณะการทำงานของร่างกายของสัตว์ช้าลงจนกระทั่งจุดที่ไม่ตื่นตรงเวลายาวนานหลายเดือน บางเวลาในวันที่อากาศหนาวจัดคุณสามารถเจอคางคกทั่วๆไปออกหาอาหารได้แม้ว่าจะหายากก็ตาม

ในฤดูหนาวคางคกจะเจอจุดนอนเป็นระยะเวลาที่ยาวนานในห้องใต้ดินใต้ปุ๋ยธรรมชาติโคลนแล้วก็บริเวณไม้ที่ตายแล้ว บางบุคคลขุดหลุมพื้นใกล้สัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำอื่นๆ

พวกมันตื่นในช่วงฤดูใบไม้ผลิและก็เริ่มย้ายถิ่นไปยังแหล่งเพาะพันธุ์ของบรรพบุรุษซึ่งอยู่ห่างออกไปหลายไมล์ สำหรับในการเดินทางสภาพภูมิอากาศจำเป็นต้องสูงยิ่งกว่า 5 องศาเซลเซียส (41 องศาฟาเรนไฮต์) ในช่วงฤดูใบไม้หล่นคางคกใช้เวลาเพิ่มเติมของกิน

คางคกทั่วๆไปมีสี่ขาซึ่งใช้สำหรับในการเดินทางไปไหนมาไหน โดยส่วนมากแล้วคางคกจะเดินทางจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่งโดยการเดิน เป็นการเดินที่งุ่มง่าม แต่ว่าสามารถทำความเร็วได้ถึง 8 กิโล (5 ไมล์) ต่อชั่วโมง บางทีพวกเขาจะสลับการเดินด้วยผู้กระทำระกระโดดสั้นๆที่น่าอึดอัด

คางคกใช้การออกเสียงด้วยเหตุผลหลายประการ ในซิมโฟนีของสัตว์สะเทินน้ำสะเทินบกพวกมันมีบทบาทสำหรับในการเรียก “qwark-qwark-qwark” เสียงสูง คางคกจบข้อโต้แย้งโดยส่วนมากผ่านการคดแล้วก็อายุของการคดเป็นตัวระบุขนาดของมัน ยิ่งคางคกตัวใหญ่เยอะแค่ไหน“ qwark” ก็ยิ่งลึกแค่นั้น

ที่พักอาศัย: คางคกทั่วๆไปอาศัยอยู่ที่แหน่งใด?
ตามชื่อของมันชี้คางคกยุโรปอาศัยอยู่ทั่วยุโรปนอกจากในไอร์แลนด์ไอซ์แลนด์และก็เล็กน้อยของสแกนดิเนเวีย ขอบเขตทางทิศตะวันออกของพวกเขาเป็นอีร์ปะทุตสค์ไซบีเรีย; ขอบเขตทางตอนใต้ของพวกเขาเป็นแนวเขาที่ทอดผ่านโมร็อกโกแอลจีเรียแล้วก็ตูนิเซีย ยิ่งกว่านั้นยังเจอในหมู่เกาะเมดิเตอร์เรเนียนบางที่ตัวอย่างเช่นมอลตาครีตคอร์ซิกาซาร์ดิเนียและก็หมู่เกาะกางลีแอริก นักวิทยาศาสตร์ยังศึกษาค้นพบสามัญชนขนาดเล็กทางทางเหนือของทวีปเอเชีย

คางคกทั่วๆไปอาศัยอยู่ตรงไหน? โดยธรรมดาพวกมันถูกใจอาศัยอยู่ในพื้นที่ที่มีใบไม้สูงยกตัวอย่างเช่นป่าดงป่าดงบ้านนอกท้องนาสวนสาธารณะและก็สวน ขณะที่ตกอยู่ในภาวะสลัมในตอนกลางวันพวกเขาจะลอดอยู่ในโพรงใต้ใบไม้รากไม้แล้วก็หิน คางคกทั่วๆไปอาจมองมองเห็นได้ยากด้วยเหตุว่าชอบเจอสถานที่ที่กลมกลืนกับสิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติ ได้แก่คางคกสีเทาบางทีอาจถูกใจนอนใกล้หินเนื่องจากผิวหนังของมันปฏิบัติภารกิจอำพรางตัวตามธรรมชาติ

ของกินคางคกทั่วๆไป
คางคกทั่วๆไปมีน้ำหนักไม่เท่าไรนัก แต่ว่าเป็นพวกรับประทานขี้มูมมาม พวกเขาจำนวนมากรับประทานสัตว์ที่ไม่มีกระดูกสันหลัง – สัตว์ที่ไม่มีกระดูกสันหลังเป็นต้นว่า woodlice, slugs, caterpillars, แมลงวัน, ไส้เดือนรวมทั้งแมลงปีกแข็ง บางครั้งบางคราวพวกมันรับประทานหนูตัวเล็กๆเพราะคางคกไม่มีฟันพวกมันก็เลยกลืนของกินอีกทั้งมื้อ นอกจากนั้นเพื่อช่วยสำหรับการล่าสัตว์คางคกทั่วๆไปจะมีสารเหนียวที่ลิ้นเพื่อดักจับเหยื่อ

คางคกต้องระวังเกี่ยวกับการเลือกด้วงของมัน แมลงบอมบาร์เดียร์ (Bombardier) หรือที่เรียกว่า“ แมลงผายลม” จะหลั่งของเหลวที่เป็นพิษภายหลังกลืนเข้าไป จากการเรียนรู้พบว่าสารนี้ทำให้คางคกเจ็บป่วยแล้วก็ส่วนมากจะก่อให้ด้วงคลื่นไส้ด้านใน 12 ถึง 107 นาทีของการสรุปย น่าประหลาดใจที่ผู้ทิ้งระเบิดที่สำรอกจำนวนมากยังมีชีวิตอยู่เมื่อพวกมันออกมาจากร่างคางคก!

เครดิตฟรี

นักล่าคางคกยุโรปแล้วก็ภัยรุกราม
คางคกทั่วๆไปมีพิษตามธรรมชาติเป็น“ บูโฟอกสิน” รวมทั้ง“ บูโฟจิน” ซึ่งจะหลั่งออกมาเมื่อถูกรุกรามหรือถูกยุ สิ่งนี้ไปได้ไกลสำหรับเพื่อการไล่ส่งสัตว์ที่มีความเห็นว่าเป็นของกิน อย่างไรก็ดีไม่ใช่ระบบชีวภาพที่รู้ผิดได้ อาทิเช่นงูต้นหญ้ามิได้รับผลพวงจากสารรวมทั้งกลืนคางคกหมดทั้งตัวโดยไม่มีปัญหา

เม่นหนูไม่งค์งูนกกระสากาแร็พเตอร์แล้วก็แมวบ้านเป็นสัตว์นักล่าตามธรรมชาติของคางคกทั่วๆไป เพื่อเลี่ยงพิษสำหรับเพื่อการคุ้มครองป้องกันคางคกนกจะเจาะรูในสัตว์สะเทินน้ำสะเทินบกด้วยจะงอยปากรวมทั้งจิกตับ แมลงวันยังเป็นภัยรุกรามใหญ่ต่อคางคกยุโรป แมลงนักล่าที่เป็นปรสิตแมลงวันจะตกไข่บนผิวหนังของคางคก เมื่อไข่ฟักเป็นตัวตัวอ่อนจะคลานเข้าไปในรูจมูกของคางคกแล้วก็รับประทานเนื้อข้างในทำให้เสียชีวิตได้

คางคกชายหนุ่มบางทีถูกหนอนจู่โจมซึ่งทำให้การเติบโตช้าลงแล้วก็นำไปสู่อาการไม่อยากกินอาหาร ตัวอ่อนของแมลงปอด้วงมุดน้ำรวมทั้งคนพายเรือก็ให้อาหารลูกอ๊อดด้วย

ความเคลื่อนไหวลักษณะของอากาศเป็นภัยรุกรามที่สำคัญต่อคางคกทั่วๆไปเช่นเดียวกัน เพราะแบบสภาพภูมิอากาศที่ตรากตรำทำให้สัตว์อื่นๆอาทิเช่นนากแล้วก็กบจำเป็นต้องสืบหาพื้นที่ที่สูงขึ้นคางคกก็เลยมีการแข่งกันเพื่อหาอาหารมากยิ่งขึ้นรวมทั้งพวกมันก็มิได้รับความมีชัยสำหรับเพื่อการต่อสู้กับทรัพยากร

ภัยรุกรามอื่นๆที่เกี่ยวโยงกับมนุษย์ต่อคางคกทั่วๆไป อย่างเช่น :

การระบายพันธุ์พืชชายเลน
กิจกรรมการกสิกรรมที่ก่อกวนที่อาศัยอาศัย
มลภาวะ; รวมทั้ง
การตายบนถนน
การขยายพันธุ์ของคางคกยุโรปเด็กอ่อนและก็อายุขัย
การผสมพันธุ์แล้วก็การผสมพันธุ์
คางคกทั่วๆไปจะกลับไปที่บ่อที่พวกมันเกิดขึ้นมาเพื่อสืบพันธุ์รวมทั้งสืบพันธุ์ด้วยการใช้กลิ่นและก็แนวทาง ในตอนต้นฤดูใบไม้ผลิเพศผู้จะแตกออก “แผ่นรองแต่งงาน” ขึ้นบนนิ้วของพวกเขา เมื่อคางคกเด็กผู้ชายคนหนึ่งเจอคางคกสาวที่จะจับคู่กับเขาเขาจะขี่หลังของคุณโอบขาหน้ารอบจั๊กกะแร้ของคุณรวมทั้งใช้แผ่นอิเล็กโทรดจับให้แน่น เพศผู้สามารถอยู่ในตำแหน่งนี้ได้ยาวนานหลายวันเมื่อสืบพันธุ์กับตัวเมีย

เมื่อตัวเมียได้รับการปฏิสนธิแล้วพวกมันจะออกไข่ที่ดูราวกับว่ามุกดำ เชือกกลุ่มนี้สามารถใส่ไข่ได้ตั้งแต่ 3,000 ถึง 6,000 ฟองและก็มีความยาว 3 ถึง 4.5 เมตร (10 ถึง 15 ฟุต) น้ำซึมเข้าไปในไข่แล้วก็ด้านในสองถึงสามอาทิตย์ลูกอ๊อดฟักขึ้นกับสภาพภูมิอากาศ บิดามารดาชอบไม่ติดตามเพื่ออุปถัมภ์ค้ำชูพวกมัน แม้กระนั้นบางครั้งบางคราวลูกฟักจะรวมตัวกันเป็นสันทรายซึ่งเป็นปลาว่ายกรุ๊ปใหญ่

โดยปกติคางคกทั่วๆไปถูกใจสืบพันธุ์ในน้ำที่ลึกกว่ายกตัวอย่างเช่นบ่อปลาสระในหมู่บ้านและก็อ่างเก็บน้ำ ในตอนไม่กี่ปีที่ล่วงเลยไปเพศผู้มาถึงแหล่งเพาะพันธุ์ที่ผ่านมาเพราะว่าอากาศอุ่นขึ้นเร็ว ตัวเมียชอบใช้เวลาหนึ่งปีในระหว่างฤดูสืบพันธุ์

โปรสล๊อต

เด็กทารก
คางคกเด็กทั่วๆไปเรียกว่า “ลูกอ๊อด” เมื่อฟักออกมาจากไข่พวกมันจะติดตามกับวุ้นของสายไข่และก็รับประทานมันเพื่อโภชนาการ ภายหลังจากผ่านไปสองสามวันพวกมันก็ย้ายไปอยู่ใต้ใบไม้รวมทั้งเริ่มว่ายท้ายที่สุด ในตอนยาวนานหลายสัปดาห์แรกของชีวิตพวกมันจะเติบโตขารวมทั้งร่างกายของพวกมันจะดูดกลับหางอีกที ภายหลังจากผ่านไปราวๆ 12 อาทิตย์ลูกอ๊อดซึ่งชอบมีสีดำรวมทั้งท้องสีเทาจะกลายเป็นคางคก เมื่อถึงจุดนี้พวกมันวัดได้ราวๆ 1.5 ซม. (0.6 นิ้ว) และก็ออกมาจากบ่อเพื่อเริ่มหาแมลง

คางคกทั่วๆไปแก่ระหว่าง 3 ถึง 7 ปีขึ้นกับตำแหน่งและก็แรงข้างนอกอื่นๆ

อายุขัย
คางคกทั่วๆไปในป่าอาศัยอยู่ระหว่าง 10 ถึง 12 ปี สำหรับการถูกกักขังพวกมันสามารถมีชีวิตอยู่ได้ถึง 50 ปี! ตัวเมียในสายพันธุ์นี้มีอัตราการตายสูงขึ้นยิ่งกว่าเพศผู้

เมื่อแก่ขึ้นคางคกยุโรปเสี่ยงต่อโรคแบคทีเรียแล้วก็เชื้อไวรัสหลายประเภทรวมทั้งโรคขาแดง, flavobacteriosis, mycobacteriosis, chlamydiosis รวมทั้ง ranavirus

สามัญชนคางคกทั่วๆไป
ถึงแม้ว่าคางคกทั่วๆไปจะเป็นสัตว์สะเทินน้ำสะเทินบกที่พบได้ทั่วไปเป็นชั้นสี่ในยุโรปและก็อยู่ภายใต้หมวด“ ความรู้สึกไม่สบายใจต่ำที่สุด” ของ ICUN แต่ว่าปริมาณของพวกมันก็ลดน้อยลงอย่างเร็ว ปริมาณมวลชนต่ำลงมากยิ่งกว่าสองในสามตั้งแต่แมื่อทศวรรษที่ 1980 ในประเทศสเปนด้วยเหตุว่าความแล้งที่มากขึ้นนักรักษาก็เลยมีความคิดว่าคางคกทั่วๆไปนั้น“ ใกล้ถูกรุกราม” แผนดำเนินการความมากมายหลากหลายทางชีวภาพของสหราชอาณาจักรกล่าวว่าเป็นประเภทจำพวกที่มีลำดับความสำคัญ

เพราะอะไรปริมาณคางคกก็เลยลดน้อยลง? ต้นสายปลายเหตุหลายประการที่เอื้อต่อการลดน้อยลง ปัญหาหลักเป็นผู้กระทำระจัดกระจัดกระจายของที่อยู่ที่อาศัยเหตุเพราะการแผ่กิ่งก้านและก็การจราจรที่มากขึ้น เพราะเหตุว่าคางคกเดินทางกลับไปยังสระที่พวกมันกำเนิดก็เลยจำต้องผ่านมอเตอร์เวย์ที่ขวักไขว่เพื่อไปตรงนั้นซึ่งก่อให้เกิดการตายบนถนนเยอะแยะ

ข่าวดีก็คือการเคลื่